ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เมนู

EN TH

คู่มือการใช้งาน

คู่มือการใช้งาน EdgeQuick Lite

วิธีติดตั้ง ตั้งค่า และใช้งาน EdgeQuick Lite เวอร์ชัน 1.0.2 บน Windows

แอปรองรับหลายภาษา โดยเริ่มต้นเป็นภาษาไทย หากต้องการใช้ภาษาอังกฤษ ให้กด “English” ที่หน้าเข้าสู่ระบบ หรือที่ ตั้งค่า → “ภาษา (Language)”

ติดตั้ง EdgeQuick Lite

ติดตั้ง EdgeQuick Lite ด้วยบัญชี Windows ที่มีสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ และตรวจสอบความต้องการของระบบในหน้า EdgeQuick Lite ก่อน

  1. ดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากหน้า EdgeQuick Lite และตรวจสอบไฟล์ตามที่อธิบายไว้ใน “ก่อนติดตั้ง”
  2. ดับเบิลคลิก EdgeClick-Setup-1.0.2.exe ถ้า Microsoft Defender SmartScreen ขึ้นมา ให้ทำตามที่อธิบายไว้ใน “ก่อนติดตั้ง”
  3. เมื่อ Windows ขอสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ ให้กด “ใช่” (Yes) ผู้เผยแพร่จะแสดงเป็น ไม่ทราบ (Unknown) เพราะตัวติดตั้งไม่มีลายเซ็นดิจิทัล
  4. ทำตามตัวติดตั้ง คุณเปลี่ยนโฟลเดอร์ที่ติดตั้งได้
  5. เมื่อตัวติดตั้งทำงานเสร็จ EdgeQuick Lite จะเปิดขึ้น ตัวติดตั้งยังลงทะเบียนบริการเบื้องหลังของ Windows ที่เริ่มทำงานพร้อม Windows และสร้างทางลัด Edge Click บนเดสก์ท็อปและในเมนู Start
  • ใน Windows แอปนี้ชื่อ Edge Click ส่วนบนหน้าจอของแอปเรียกว่า EdgeQuick Lite
  • ถ้าตัวติดตั้งแจ้งว่าลงทะเบียนบริการเบื้องหลังไม่สำเร็จ ให้ทำตามคำแนะนำในข้อความนั้น หรือติดต่อ Modela
  • EdgeQuick Lite เก็บการตั้งค่า ประวัติ บัฟเฟอร์ค่าที่อ่าน และ log ไว้ใน C:\ProgramData\ConAgent

การเปิดใช้งานครั้งแรกและการเข้าสู่ระบบ

เมื่อเปิด EdgeQuick Lite ครั้งแรกบนเครื่องเกตเวย์ คุณต้องเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Modela ซึ่งต้องใช้อินเทอร์เน็ต และไม่ต้องตั้งค่าอื่นเพิ่ม เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว แดชบอร์ดจะเปิดขึ้น

  1. ที่หน้า “เข้าสู่ระบบ EdgeQuick Lite” กรอก “อีเมล” และ “รหัสผ่าน” แล้วกด “เข้าสู่ระบบ” หรือกด “เข้าสู่ระบบด้วย Google” แล้วทำต่อในหน้าต่างเบราว์เซอร์ที่เปิดขึ้น ถ้ายังไม่มีบัญชี ให้กด “สมัครสมาชิก” ซึ่งจะเปิด modelaaiot.com ในเว็บเบราว์เซอร์เพื่อสร้างบัญชี แล้วกลับมาเข้าสู่ระบบที่หน้านี้
  2. เมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว แดชบอร์ดจะเปิดขึ้น ถ้าบัญชี Modela ของคุณมีรายการอุปกรณ์ที่บันทึกไว้บนคลาวด์ EdgeQuick Lite จะเสนอรายการนั้นให้ก่อน (ดูหมายเหตุในหัวข้อ “ตั้งค่า”) จากนั้นเพิ่มอุปกรณ์ตามหัวข้อ “เพิ่มอุปกรณ์”
  • บนเครื่องเกตเวย์ที่ยังไม่เคยเข้าสู่ระบบ หน้าเข้าสู่ระบบจะไม่มีปุ่ม “ใช้งานแบบ guest” และจะแสดงข้อความ “การเข้าสู่ระบบครั้งแรกบนเกตเวย์นี้ต้องใช้บัญชี Modela และอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นจะใช้งานแบบ guest ได้ด้วย” กรณีนี้รวมถึงหลังอัปเดตจากเวอร์ชันก่อนหน้า ถ้าเครื่องนี้เคยใช้แต่โหมด guest
  • ถ้าไม่มีอินเทอร์เน็ต การเข้าสู่ระบบครั้งแรกจะไม่สำเร็จ และแอปเดสก์ท็อปจะยังอยู่ที่หน้าเข้าสู่ระบบ ให้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้เครื่องนี้แล้วลองอีกครั้ง
  • หลังเข้าสู่ระบบครั้งแรกบนเกตเวย์นี้แล้ว จะใช้งานแบบ guest ได้ด้วย ถ้าไม่ได้เข้าสู่ระบบไว้ หน้าเข้าสู่ระบบจะปรากฏทุกครั้งที่เปิดแอป ให้กด “ใช้งานแบบ guest” เพื่อไปต่อ
  • ถ้าเข้าสู่ระบบอยู่แล้วอินเทอร์เน็ตหลุด EdgeQuick Lite ยังทำงานและอ่านค่าอุปกรณ์ต่อไปตามปกติ ผ่านไปไม่กี่นาที เมนูด้านข้างจะแสดง “โหมด Guest” แทน “บัญชี Modela” โดยไม่แสดงอีเมลและไม่มีปุ่ม “ออกจากระบบ” และการ์ด “สำรองรายการอุปกรณ์ไปยังคลาวด์” จะถูกซ่อนไว้ เมื่ออินเทอร์เน็ตกลับมา แอปจะกลับไปใช้บัญชีของคุณเองโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบใหม่
  • การเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Modela ใช้ได้เฉพาะในแอปเดสก์ท็อปบนเครื่องเกตเวย์เท่านั้น ช่วยให้สำรองรายการอุปกรณ์ของเกตเวย์นี้ไปไว้ในบัญชีของคุณได้ การเข้าสู่ระบบไม่ได้ส่งค่าที่อ่านได้ขึ้น Modela AIoT Cloud
  • ทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ EdgeQuick Lite จะตรวจสอบบัญชีของคุณกับบริการบัญชีของ Modela และแจ้ง modelaaiot.com ว่าการติดตั้งนี้ได้เข้าสู่ระบบ พร้อม “รหัสอ้างอิงการติดตั้ง (สำหรับติดต่อฝ่ายสนับสนุน)” เวอร์ชันของแอป และเวอร์ชันของ Windows ระหว่างที่ยังเข้าสู่ระบบอยู่ แอปจะตรวจสอบบัญชีซ้ำประมาณทุก 5 นาที รายการอุปกรณ์จะถูกส่งขึ้นคลาวด์เฉพาะเมื่อคุณกด “บันทึกไปยังคลาวด์” เท่านั้น

เพิ่มอุปกรณ์

EdgeQuick Lite อ่านค่าจากอุปกรณ์ Modbus RTU บนสาย RS-485 ที่ต่อกับ COM Port ของเครื่องนี้ และอุปกรณ์ Modbus TCP ในเครือข่ายของคุณ

  1. ในหน้าแดชบอร์ด กด “เพิ่มอุปกรณ์”
  2. กรอก “ชื่ออุปกรณ์” และเลือก “โปรโตคอล” เป็น “Modbus RTU” หรือ “Modbus TCP”
  3. สำหรับ Modbus RTU ให้เลือก “COM Port” (ปุ่ม “รีเฟรชรายชื่อพอร์ต” ที่อยู่ข้างกันจะโหลดรายชื่อพอร์ตใหม่) “Baud Rate” และ “Slave ID (1-247)” สำหรับ Modbus TCP ให้กรอก “IP Address” “Port” (ปกติคือ 502) และ “Unit ID”
  4. เลือก “ความถี่ในการอ่านค่า”
  5. ใต้ “ค่าที่อ่าน / Sensor” กด “เพิ่มค่า” สำหรับแต่ละค่า แล้วกรอกชื่อของค่านั้น พร้อม “Register” และ “หน่วย” เปิด “ตั้งค่าขั้นสูง” ในแถวเพื่อกำหนด “ชนิดข้อมูล” “ตัวคูณ (Scale)” และ “ทศนิยมที่แสดง (Decimals)” หรือใช้ “สลับลำดับ Word” หรือ “สลับไบต์” ถ้าค่าที่อ่านได้ผิด
  6. กด “ทดสอบการเชื่อมต่อ” และตรวจว่าอ่านค่าได้ถูกต้อง
  7. กด “บันทึก” อุปกรณ์จะปรากฏใน “อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ”
  • อุปกรณ์ที่ใช้ COM Port เดียวกันต้องใช้ Baud Rate เดียวกัน และแต่ละตัวต้องมี Slave ID ของตัวเอง
  • ฟอร์มอุปกรณ์ Modbus RTU อาจแสดง “เปลี่ยนการตั้งค่าอุปกรณ์จริง (Slave ID / Baud Rate)” ด้วย ส่วนนี้เขียนค่าลงอุปกรณ์จริง ให้อ่าน “การเขียนค่าลงอุปกรณ์จริง” ก่อน

แดชบอร์ด

แดชบอร์ดแสดงสถานะของ Agent และของอุปกรณ์แต่ละตัว

อุปกรณ์ออนไลน์
จำนวนอุปกรณ์ที่กำลังอ่านค่าได้ตามปกติ
ข้อมูลล่าสุด
ค่าที่อ่านล่าสุดมาถึงเมื่อกี่วินาทีที่แล้ว
เวลาทำงาน
Agent ทำงานมานานเท่าไร แสดงเป็นชั่วโมง
อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
สถานะ (“ออนไลน์” “ออฟไลน์” หรือ “รอข้อมูล”) และค่าที่อ่านล่าสุด ปุ่ม “แก้ไข” ใช้แก้ไขอุปกรณ์ “คัดลอก” สร้างอุปกรณ์ใหม่จากการตั้งค่าของอุปกรณ์นั้น “ทดสอบ” อ่านค่าหนึ่งครั้ง และ “ส่งออก” บันทึกประวัติเป็นไฟล์
รีสตาร์ท Agent
รีสตาร์ทบริการที่ทำงานเบื้องหลัง
  • เมนูด้านข้างมี “แดชบอร์ด” “ประวัติ” “อ่านค่า Raw” “ตรวจสอบบัส” และ “ตั้งค่า” ส่วนกล่อง “บริการ Agent” แสดง “กำลังทำงาน” หรือ “ไม่ได้เชื่อมต่อ” และมีปุ่ม “รีสตาร์ทบริการ”

ประวัติและการส่งออก

EdgeQuick Lite บันทึกค่าที่อ่านได้ไว้ในเครื่องนี้ การบันทึกเปิดอยู่หลังติดตั้งใหม่

  1. เปิด “ประวัติ”
  2. เลือก “อุปกรณ์” “ค่าที่แสดง” และ “ช่วงเวลา” (“24 ชั่วโมง” “7 วัน” “30 วัน” หรือ “กำหนดเอง”)
  3. “อัปเดตสด” จะติดตามค่าที่อ่านใหม่ และ “รีเฟรช” จะโหลดใหม่ “รวมกราฟ” แสดงค่าทั้งหมดในกราฟเดียว “บันทึกมุมมอง” จำสิ่งที่คุณเลือกไว้ในเครื่องนี้
  4. หากต้องการส่งออกอุปกรณ์เดียว ให้กด “ส่งออก” ที่แถวของอุปกรณ์นั้นในแดชบอร์ด เลือก “ช่วงเวลา” และ “รูปแบบไฟล์” (CSV หรือ XLSX) แล้วกด “ส่งออก”
  5. หากต้องการส่งออกหลายอุปกรณ์ ให้กด “ส่งออกหลายอุปกรณ์” แล้วเลือกค่าที่จะส่งออก
  • ถ้าการบันทึกปิดอยู่ ให้ไปที่ ตั้งค่า → “การบันทึกประวัติ” → “เปิดการบันทึกประวัติ” “ช่วงเวลาบันทึก” ตั้งได้ 5, 10, 30 หรือ 60 วินาที แล้วกด “บันทึกความถี่”
  • ข้อมูลประวัติจะถูกลบอัตโนมัติหลัง 90 วัน เว้นแต่คุณเปลี่ยนค่านี้ที่ ตั้งค่า → “พื้นที่เก็บข้อมูลประวัติ”

ตั้งค่า

เปิด “ตั้งค่า” การ์ดบางใบจะแสดงเฉพาะในแอปเดสก์ท็อปบนเครื่องเกตเวย์

ภาษา (Language)
เลือกภาษาที่ใช้แสดงผล (แอปรองรับหลายภาษา) และจำค่าที่เลือกไว้ในเครื่องนี้
ธีมสว่าง (Light mode)
สลับระหว่างธีมมืดกับธีมสว่าง
บัญชีผู้ใช้งาน
แสดงบัญชี Modela ที่เข้าสู่ระบบอยู่ หรือโหมด guest (รวมถึงขณะที่เกตเวย์ที่เข้าสู่ระบบไว้ออฟไลน์) และ “รหัสอ้างอิงการติดตั้ง (สำหรับติดต่อฝ่ายสนับสนุน)” ซึ่งคัดลอกได้ในแอปเดสก์ท็อป
สำรองรายการอุปกรณ์ไปยังคลาวด์
แสดงในแอปเดสก์ท็อปเมื่อคุณเข้าสู่ระบบอยู่และเครื่องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ปุ่ม “บันทึกไปยังคลาวด์” จะบันทึกรายการอุปกรณ์ของเกตเวย์นี้ (การเชื่อมต่อและจุดข้อมูล) ไปยังบัญชี Modela ของคุณ และแทนที่สำเนาที่เคยบันทึกจากเกตเวย์นี้ไว้ก่อนหน้า
การบันทึกประวัติ
เปิดหรือปิดการบันทึก และตั้ง “ช่วงเวลาบันทึก”
พื้นที่เก็บข้อมูลประวัติ
ในแอปเดสก์ท็อป ตั้งจำนวนวันที่เก็บข้อมูล (1–90 วัน) แล้วกด “บันทึกระยะเก็บข้อมูล” หรือลบข้อมูลประวัติ ถ้าลดจำนวนวัน ข้อมูลที่เก่ากว่านั้นจะถูกลบทันที ข้อมูลประวัติที่ลบแล้วกู้คืนไม่ได้ ส่วนรายการอุปกรณ์และการตั้งค่าจะไม่ถูกลบ
การเข้าถึงผ่าน LAN / Wi-Fi
ดูหัวข้อ “การเข้าถึงผ่าน LAN / Wi-Fi” ด้านล่าง
การเขียนค่าลงอุปกรณ์จริง (Raw Write)
ปิดอยู่ตั้งแต่ติดตั้ง ให้อ่าน “การเขียนค่าลงอุปกรณ์จริง” ก่อนเปลี่ยน
การควบคุมบริการ (Windows Service)
“โหลด Config ใหม่” และ “รีสตาร์ทบริการ”
เวอร์ชันและการอัปเดต
ดูหัวข้อ “อัปเดต EdgeQuick Lite”
Log Viewer
ตัวกรอง “ทั้งหมด”, agent, device, modbus, mqtt และ error ส่วน “ประวัติการเขียนค่า” แสดงรายการการเขียนค่าไปยังอุปกรณ์
  • ข้อความ “พบรายการอุปกรณ์ที่บันทึกไว้บนคลาวด์” จะปรากฏหลังเข้าสู่ระบบ “ใช้ของบนคลาวด์” จะแทนที่รายการอุปกรณ์ทั้งหมด หลังบันทึกการตั้งค่าปัจจุบันไว้เป็นไฟล์สำรองบนเกตเวย์นี้ ส่วน “ใช้ของในเครื่องนี้” จะคงรายการเดิมไว้ หลังใช้รายการจากคลาวด์ ให้ตรวจ COM Port ของอุปกรณ์ Modbus RTU ทุกตัว

การเข้าถึงผ่าน LAN / Wi-Fi

การเข้าถึงผ่าน LAN ปิดอยู่หลังติดตั้ง หน้าจอจัดการจึงเปิดได้เฉพาะบนเครื่องนี้

  1. ในแอปเดสก์ท็อปบนเครื่องเกตเวย์ เปิด ตั้งค่า → “การเข้าถึงผ่าน LAN / Wi-Fi”
  2. กด “เปิดการเข้าถึงผ่าน LAN (รีสตาร์ทบริการ ต้องยืนยันสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ)” แล้วกดยืนยันในหน้าต่างของ Windows บริการจะรีสตาร์ท และการอ่านค่าจะหยุดชั่วคราวสองสามวินาที
  3. บนอุปกรณ์อื่นในเครือข่ายเดียวกัน ให้เปิดที่อยู่ใดที่อยู่หนึ่งใต้ “เปิดหน้าจอจัดการจากอุปกรณ์อื่นในเครือข่าย:” แล้วเข้าสู่ระบบด้วย “ชื่อผู้ใช้” และ “รหัสผ่าน” ที่แสดงบนการ์ด
  • แอปเตือนว่า “การเชื่อมต่อนี้ใช้ HTTP ธรรมดา ไม่ใช่ HTTPS — ใช้เฉพาะในเครือข่ายที่ไว้ใจได้เท่านั้น”
  • ไฟร์วอลล์จะเปิดให้เชื่อมต่อได้เฉพาะจากเครือข่ายแบบ Private หรือ Domain ในซับเน็ตเดียวกัน ถ้าเครือข่ายเป็นแบบ Public ให้เปลี่ยนเป็น Private ก่อน
  • ผู้ใช้ผ่าน LAN ดูและส่งออกข้อมูล เพิ่ม แก้ไข หรือลบอุปกรณ์ และเปิดหรือปิดการบันทึกประวัติได้ แต่ไม่สามารถเขียนค่า raw, สั่งงานบำรุงรักษา (maintenance), ใช้ “ตรวจสอบบัส”, ติดตั้งอัปเดต, ลบข้อมูลประวัติ, เปลี่ยนการตั้งค่าเครือข่าย หรืออ่านรหัสผ่านนี้ได้
  • หากต้องการปิด ให้กด “ปิดการเข้าถึงผ่าน LAN (รีสตาร์ทบริการ ต้องยืนยันสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ)”
  • มือถือก็เปิดหน้าจอจัดการได้ แต่หน้าจอถูกออกแบบมาสำหรับจอขนาดใหญ่

อัปเดต EdgeQuick Lite

EdgeQuick Lite ตรวจสอบเวอร์ชันใหม่จากเซิร์ฟเวอร์อัปเดตของ Modela จากนั้นแอปเดสก์ท็อปจะแสดงปุ่ม “มีเวอร์ชันใหม่ …” ในเมนูด้านข้าง

  1. ตั้งค่า → “เวอร์ชันและการอัปเดต” → “ตรวจสอบอัปเดต”
  2. กด “อัปเดต” แล้วใน “อัปเดตเป็นเวอร์ชัน …?” เลือก “ดาวน์โหลดและติดตั้งเมื่อเสร็จ” หรือ “ดาวน์โหลดอย่างเดียว”
  3. แอปจะดาวน์โหลดตัวติดตั้งและตรวจว่าตรงกับ checksum ที่เผยแพร่ไว้ ถ้าตัวติดตั้งไม่เริ่มเอง ให้กด “ติดตั้งเลย” แล้วกดยืนยันในหน้าต่างของ Windows
  4. ทำตามตัวติดตั้ง การติดตั้งจะหยุดบริการและการเก็บข้อมูลจนกว่าจะเสร็จ แอปจะปิดและเริ่มใหม่
  • ถ้าไฟล์ที่ดาวน์โหลดไม่ตรงกับ checksum ที่เผยแพร่ไว้ แอปจะลบไฟล์นั้นและไม่ติดตั้งอะไร
  • หรือจะดาวน์โหลดตัวติดตั้งล่าสุดจากหน้า EdgeQuick Lite แล้วติดตั้งทับเวอร์ชันเดิมก็ได้ รายการอุปกรณ์และการตั้งค่าจะยังอยู่ครบ
  • หลังอัปเดตจากเวอร์ชันก่อนหน้า เครื่องเกตเวย์ที่เคยใช้แต่โหมด guest จะต้องเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Modela หนึ่งครั้ง (ต้องใช้อินเทอร์เน็ต) ก่อนจึงจะใช้แอปเดสก์ท็อปต่อได้ รายการอุปกรณ์ การตั้งค่า และประวัติยังอยู่ครบ และบริการเบื้องหลังยังอ่านค่าอุปกรณ์ต่อไป

ไฟสถานะใน system tray

EdgeQuick Lite แสดงไฟสถานะในพื้นที่แจ้งเตือนของ Windows (system tray) ในเวอร์ชัน 1.0.2 สีของไฟขึ้นกับการเชื่อมต่อ Modela AIoT Cloud ส่วนการส่งค่าขึ้นคลาวด์จะเปิดให้ใช้เร็ว ๆ นี้ ตอนนี้ไฟจึงเป็นสีแดง

สีแดง
สีที่คุณจะเห็นในตอนนี้ ไฟเป็นสีแดงทุกครั้งที่ EdgeQuick Lite ไม่ได้เชื่อมต่อกับ Modela AIoT Cloud แม้จะอ่านค่าอุปกรณ์ได้ตามปกติ และเป็นสีแดงเมื่อเข้าถึงบริการเบื้องหลังไม่ได้ด้วย
สีเหลืองและสีเขียว
ใช้เฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับ Modela AIoT Cloud ซึ่งจะเปิดให้ใช้เร็ว ๆ นี้
  • ถ้าต้องการดูว่าอ่านค่าอุปกรณ์ได้ตามปกติหรือไม่ ให้เปิด EdgeQuick Lite แล้วดูที่แดชบอร์ด ไม่ใช่ดูจากสีของไฟ
  • ชี้เมาส์ที่ไอคอนเพื่อดูสถานะสั้น ๆ เป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ การเชื่อมต่อคลาวด์ จำนวนอุปกรณ์ออนไลน์ และบัฟเฟอร์ค่าที่อ่าน
  • คลิกขวาเพื่อเลือก “Open EdgeQuick Lite” “Restart Service” “View Logs” (เปิดโฟลเดอร์ log) และ “Quit” เมนูเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ
  • เมื่อปิดหน้าต่าง EdgeQuick Lite จะยังอยู่ใน tray และบริการเบื้องหลังจะอ่านค่าอุปกรณ์ต่อไปแม้คุณออกจากแอปแล้ว

เครื่องมือขั้นสูง

หน้าจอเหล่านี้สำหรับผู้ที่รู้การตั้งค่า Modbus ของอุปกรณ์ ให้อ่านคำเตือนด้านล่างก่อนใช้เครื่องมือใดที่เขียนค่า

การเขียนค่าลงอุปกรณ์จริง

เครื่องมือบางส่วนส่งค่าไปยังอุปกรณ์จริง ได้แก่ การเขียนค่าในหน้า “อ่านค่า Raw” ส่วน “เปลี่ยนการตั้งค่าอุปกรณ์จริง (Slave ID / Baud Rate)” ในฟอร์มอุปกรณ์ และปุ่ม “กู้คืนอุปกรณ์” ในหน้าแดชบอร์ด ตามที่แอปเตือนไว้ว่า “คำสั่งนี้เขียนไปยังอุปกรณ์จริงทันที และไม่สามารถย้อนกลับได้ — EdgeQuick Lite กู้คืนค่าเดิมให้ไม่ได้”

การเขียนค่าในหน้า “อ่านค่า Raw” ปิดอยู่ตั้งแต่ติดตั้ง ใช้ได้เฉพาะจากเครื่องที่ติดตั้ง EdgeQuick Lite และการเปิดหรือปิดต้องยืนยันสิทธิ์ผู้ดูแลระบบของ Windows (ตั้งค่า → “การเขียนค่าลงอุปกรณ์จริง (Raw Write)”) การตั้งค่านี้ไม่ได้ปิด “เปลี่ยนการตั้งค่าอุปกรณ์จริง (Slave ID / Baud Rate)” หรือ “กู้คืนอุปกรณ์”

คู่มือนี้ไม่มีขั้นตอนการใช้เครื่องมือเหล่านี้ทีละขั้น ใช้เฉพาะเมื่อคุณรู้ค่ารีจิสเตอร์ของอุปกรณ์จากคู่มือของอุปกรณ์เอง และอ่านคำเตือนทุกข้อในหน้าต่างยืนยันก่อนกดยืนยัน

ถ้าแอปแจ้งว่าไม่ทราบผลการเขียน ห้ามสรุปว่าไม่ได้เขียน และห้ามกดซ้ำ ให้ตรวจสอบค่าที่อุปกรณ์จริงก่อนดำเนินการต่อ

ถ้าไม่แน่ใจ ให้ติดต่อ Modela ก่อนเขียนค่าใด ๆ

อ่านค่า Raw
อ่านค่ารีจิสเตอร์หรือ coil โดยตรงจากอุปกรณ์ที่บันทึกไว้ (“เลือกจากอุปกรณ์ที่บันทึกไว้”) หรืออุปกรณ์ที่คุณกรอกเอง (“กรอกเอง”) แล้วกด “อ่านค่า” การอ่านใช้ได้กับ Modbus RTU และ Modbus TCP อุปกรณ์บางตัวล้างค่ารีจิสเตอร์บางตัวเมื่อถูกอ่าน จึงควรตรวจคู่มืออุปกรณ์ก่อนอ่านรีจิสเตอร์ที่คุณไม่รู้จัก
ตรวจสอบบัส
ดักจับเฟรม Modbus ดิบบนบัสขณะที่เปิดการดักจับ: “เริ่มดักจับ” แล้ว “หยุดดักจับ” ใช้ได้เฉพาะบนเครื่องเกตเวย์

ถอนการติดตั้ง

การถอนการติดตั้งจะลบแอปและบริการที่ทำงานเบื้องหลัง คุณเลือกได้ว่าจะเก็บข้อมูลไว้หรือไม่

  1. เปิดการตั้งค่า Windows → Apps (แอป) ค้นหา Edge Click แล้วเลือกถอนการติดตั้ง (Uninstall)
  2. กดยืนยันในหน้าต่างขอสิทธิ์ผู้ดูแลระบบของ Windows ตัวถอนการติดตั้งจะลบบริการเบื้องหลังและกฎไฟร์วอลล์สำหรับการเข้าถึงผ่าน LAN
  3. จากนั้นตัวถอนการติดตั้งจะถามว่าจะลบการตั้งค่าและข้อมูลของ EdgeQuick Lite ด้วยหรือไม่ (ข้อความเป็นภาษาอังกฤษตามด้านล่าง) กด “ใช่” (Yes) เพื่อลบรายการอุปกรณ์ การตั้งค่า ประวัติ บัฟเฟอร์ค่าที่อ่าน และ log ใน C:ProgramDataConAgent โดยข้อมูลการเข้าสู่ระบบบัญชี Modela ที่บันทึกไว้จะไม่ถูกลบ กด “ไม่ใช่” (No) เพื่อเก็บทุกอย่างไว้ใช้เมื่อติดตั้งใหม่

ข้อความที่แสดงบนหน้าจอ:

Also remove EdgeQuick Lite configuration and data (telemetry buffer and logs) in C:\ProgramData\ConAgent?

Choose No to keep them for a future reinstall.

แก้ปัญหาและขอความช่วยเหลือ

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีขอความช่วยเหลือ

“เชื่อมต่อบริการ EdgeQuick Lite ไม่ได้”
บริการเบื้องหลังยังไม่ทำงานหรือยังไม่พร้อม หน้าต่างจะเชื่อมต่อใหม่เองเมื่อบริการพร้อม ถ้าหน้าจอมีปุ่ม “ลองใหม่” ให้กดปุ่มนั้น ถ้าข้อความยังอยู่ ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ หรือเปิด Command Prompt แบบ Run as administrator แล้วรันคำสั่งด้านล่าง
หน้าเข้าสู่ระบบไม่มีปุ่ม “ใช้งานแบบ guest”
เครื่องเกตเวย์นี้ยังไม่เคยเข้าสู่ระบบ ให้เข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Modela หนึ่งครั้งขณะที่เครื่องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นจะใช้งานแบบ guest ได้ด้วย
อุปกรณ์แสดง “ออฟไลน์”
ตรวจสายสัญญาณหรือเครือข่าย และการตั้งค่าการเชื่อมต่อ (“COM Port” “Baud Rate” และ “Slave ID” หรือ “IP Address” “Port” และ “Unit ID”) แล้วกด “ทดสอบ” ที่แถวของอุปกรณ์
Log
ตั้งค่า → “Log Viewer” หรือ “View Logs” ในเมนู tray (โฟลเดอร์ C:\ProgramData\ConAgent\logs)
ติดต่อ Modela
แจ้ง “รหัสอ้างอิงการติดตั้ง (สำหรับติดต่อฝ่ายสนับสนุน)” จาก ตั้งค่า → “บัญชีผู้ใช้งาน” และเวอร์ชันจาก ตั้งค่า → “เวอร์ชันและการอัปเดต”

คำสั่ง (Command Prompt แบบ Run as administrator):

net start "edgeclick.exe"